บทความนี้เกิดจากการตีความเพ้อเจ้อของเจ้าของบลอคล้วนๆ

 

 

            ภาพถ่ายที่แทบมองไม่ออกว่าคือรูปอะไร เห็นเพียงแค่เงาสะท้อนจากแสงที่มาตกประทบ วงดนตรีขี้อายที่ไม่อยากให้ใครเห็นหน้าคร่าตา หรือเป็นภาพลักษณ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นนามธรรม รูปรสที่คนต้องการสัมผัสบนอาณาจักรที่ผู้คนผิวเผินกับความรู้สึก เสพติดความสัมพันธ์แบบมายา ที่ทำให้จิตใจยิ่งเปราะบางลงทุกที และเมื่อนั้นชัยชนะก็จะตกอยู่ในมือของพวกหุ่นยนตร์

 

 

วงดนตรี Post-rock จาก Ohio สหรัฐอเมริกา วงนี้กำลังเล่าหนังเรื่องยาวที่เต็มไปด้วย Special Effect แต่กลับไม่มีฉากแอคชั่นเร้าใจ เวลาในหนังทั้งหมดถูกเทให้ตัวละครที่กำลังสับสนและหวาดกลัว ไม่รู้ที่มาที่ไปของเหตุการณ์ ไม่มีทางออก พวกเขาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต บางคนก็ล้มตายเพราะความขลาดเขลา บ้างก็พยายามต่อสู้แต่ก็ไม่เป็นผล

Track: Red Bird, Ghost Solders 

นางเอกของเรื่องไม่แม้จะพยายามกรีดร้อง เพราะเธอรู้ว่าถึงร้องไปก็ไม่มีใครช่วยเธอได้ แม้ในภาวะคับขัน เธอก็ต้องดิ้นรนอย่างลำพัง นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่า ไม่อยากอยู่ ไม่อยากตาย และไม่คิดจะตอบโต้หุ่นยนตร์ผู้ทำลายล้างพวกนั้นเลย 

Track: Into the Depths

เครื่องสายเชื้อช้า และเสียงเบสยืดยาวทำให้บรรยากาศดูช่างอ้อยอิ่ง เธอผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติได้ครั้งแล้วครั้งเล่า มุ่งหน้าเดินทางไปในที่ที่เธอไม่รู้จัก

Track: Last Exit

แต่เส้นทางก็ดูเหมือนจะยาวไกลเหลือเกิน แต่ก็ช่างมีความหวังเหลือเกิน เธอเร่งฝีเท้าขึ้นและได้ยิงเสียงกลองเบาๆ กีตาร์บางๆ ตามหลังเครื่องสายเชื้อช้า และเสียงเบสอันยืดยาวพวกนั้น มันสะท้อนให้เห็นความหวังบางอย่างที่เหมือนจะหมดไปจากใจนานแล้ว

Track: Fall of Swords

ความรู้สึกนี้คืออะไร ชัยชนะของมนุษย์ชาติ? ...เปล่าเลย มันคือความพ่ายแพ้ที่น่าขัน ความสูญเสียที่มาจากความอ่อนแอของพวกเราเอง เธอหยุดและยืดดูวาระสุดท้ายของโลกอย่างรื่นรมย์ เธอยิ้มกว้างแต่ก็ร้องให้น้ำตาไหล เธอเหมือนจะเสียใจแต่ก็ปิติยินดี              

Track: A Minute of Warning

 

เพลงทั้ง 6 เพลงในชุด JXXIII ของพวกเขา ซึ่งมีความคลุมเครือในภาคดนตรีสูงมาก แม้ชื่อเพลงจะค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่บรรยากาศและความรู้สึกที่มากมายในแต่ละเพลงนั้น ทำให้ไม่อาจมองแค่ชื่อเพลงโดยปราศจากการตีความไปได้ ความขมขื่นที่แสนดื่มด่ำ คือนิยามสั้นๆของ Album นี้ที่ผมอยากให้ทุกท่านลองฟังกันดู  

รู้จักพวกเขาเพิ่มเติมได้ที่

http://www.johnnytwentythree.com 

และ Myspace ของพวกเขา

http://www.myspace.com/j23music

 

 ##################################### 

 

วงดนตรีแนะนำอื่นๆ

 

 

The Pirate Ship Quintet วงนี้พึ่งออก EP ชื่อเดียวกับชื่อวงมา 3 เพลงเมื่อปีที่แล้ว และก็ยังไม่มี Album เต็มออกมาซักที แต่จำนวนเพลงแค่นั้นก็แสดงให้เห็นว่า วงนี้มีของจริงๆ วงอังกฤษวงนี้เป็นวง Post-rock ที่มีเครื่องดนตรีสด เปียโนและเครื่องสายเป็นส่วนประกอบ ในบางเวลาเพลงก็ให้ความรู้สึกเยือกเย็น บ้างก็หดหู่ และอยู่ๆก็สร้างแรงประทุรุนแรงขึ้นมา ฟังแล้วเมคเซนส์และเข้าทางสุดๆ   

ฟังเพลงของพวกเขาได้ที่

http://www.myspace.com/thepirateshipquintet

 

Red Light Chamber Choir วงPost ชาย 3 หญิง 3 จาก มิชิแกน วงนี้บรรเลงเพลงออกมาได้อย่างเรียบง่าย เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นที่พยายามจะเล่นให้น้อยแต่ได้มาก ไม่ซ้อนทับลายกันเอง คล้ายกับวง This is your captain speaking ที่มีจังหวะจะโคนมากกว่าหน่อย และในความเรียบง่ายนั้นก็ช่างแสนล่องลอยเหมือนนั่งฟังเรื่องราวอันแสนรื่นรมย์ จากสาวน้อยที่แสนเปลี่ยวเหงา อาจมีทั้งความเศร้า แต่อย่างน้อยก็มีความหวังเล็กๆอยู่ลึกๆในใจของเธอ We're In Trouble But We Don't Know What To Do เป็นชุดเดี่ยวของพวกเขาซึ่งออกมาในปีที่แล้วเช่นกัน 

ฟังเพลงของพวกเขาได้ที่

http://www.myspace.com/redlightchamberchoir 

 

This is your captain speaking วงซึ่งถูกอ้างอิงเมื่อครู่ คงมีคนรู้จักเยอะแล้วเพราะเป็นวงที่ค่อนข้างดัง (รึเปล่า) แต่ที่แน่ๆก็ดังสุดในที่ผมแนะนำมาข้างต้นแหละ เป็นวงที่ผมฟังครั้งแรกแล้วแทบบ้าไปเลย วงนี้เล่นน้อยมาก เล่นช้ามาก ผ่อนคลายมาก เหมือนเขาควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ได้ด้วยเครื่องดนตรีแค่สองสามชิ้น ด้วยสมาชิกแค่ 3 คน เป็นข้อพิสูจน์ว่า จำนวนไม่สำคัญเลยถ้าเข้าอกเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารเป็นอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้เพลงของพวกเขาจึงแม่นยำด้านอารมณ์เป็นที่สุด Storyboard เป็น Album ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2006 ว่าจะไม่เขียนแล้วแต่เขียนซักหน่อย

ฟังเพลงของพวกเขาได้ที่

http://www.myspace.com/tiycs

สื่อสาร [Post Music Story]

posted on 13 Feb 2008 16:21 by binkybear  in Music
เนื้อหาในเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นมาทั้งหมด มิได้มีเรื่องจริงแต่อย่างใด



พวกเราต้องการเปิดโลกทัศน์ทางดนตรีไปพร้อมๆกับทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จ

แต่การจะประสบความสำเร็จในวงการเพลงมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

เราทำเพลงที่คนฟังส่วนใหญ่ไม่มีวันเข้าถึงได้

ยิ่งได้เห็นพวกที่ทำเพลงตามกระแสก็ยิ่งเหนื่อยใจ

เราจะหยุดฝันไว้ตรงนี้ และหนีไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา

ไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว...แต่

“แต๊แด แด๊ดแด แต๊แด แด๊ดแด” เสียงดนตรีดังมาจากที่ไหนซักแห่ง

วงดนตรีคนตาบอดกำลังเล่นเพลงที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้

และเพลงก็จบลง “แปะแปะแปะ” เสียงตบมือจากคนดูดังขึ้น

วงตาบอดโค้งคำนับ

พิธีกรพูดว่า “มีใครสนใจจะเล่นต่อไหมครับ”

เราปรึกษากันและได้มติว่า “เล่นก็ได้ ขำขำ” ก่อนจะยกมือและขึ้นไปบนเวที

เราเริ่มเล่นอย่างไม่มีความกดดันใดใด พวกเรารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

แล้วคนดูข้างล่างก็สนุกไปกับเพลง

ความรู้สึกแบบนี้เราไม่ได้เจอมานานเท่าไหร่แล้วนะ

วงคนตาบอดเมื่อครู่ก็เข้ามาร่วมสนุกด้วย

เราเล่นเพลงไปจนจบ 3 เพลง

“แปะแปะแปะ” เสียงตบมือดังลั่น

พิธีกรขึ้นมากล่าวขอบคุณ

“ขอบคุณมากนะครับที่มาเล่นคอนเสริดให้คนหูหนวกฟัง”

เรามองไปที่ผู้คนข้างล่างกำลังใช้ภาษามือคุยกันอยู่

นี่พวกเรากำลังหนีอะไร...

ความสุขของการเล่นดนตรีมันไม่ได้อยู่ตรงที่ใครจะฟังมันได้ยินหรือไม่ด้วยซ้ำ

เราทั้งหมดมองหน้ากันแล้วยิ้ม และหันไปกล่าวขอบคุณคนดู

เราแยกย้ายกันกลับ

และพอถึงบ้าน ผมหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมาเล่น

มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

ปล่อยใจแล้วคิดถึงเรื่องในวันนี้

ตลอดเวลาที่เราวิ่งตามหาความฝัน

เราหลงละเริงกับจุดหมายมากโดยไม่ใส่ใจระยะทาง

แต่ระยะทางกลับทำให้เราได้รู้ว่า

.....

ดนตรี

....

นั้นไม่มีขอบเขต

...

จริงๆ

..


สื่อสาร โดย Binkybear
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551