หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพ ดัสติน ฮอฟแมน สมัยยังหนุ่มใส่สูทสีน้ำตาล ล้วงกระเป๋ายืนเต๊ะจุ๊ย โดยเบื้องหน้าของเขามีเรียวขาของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอกำลังรูดถุงน่องขึ้นอย่างเซ็กซี่ ผมเองก็เคยเห็นภาพนี้บ่อยครั้งแต่ไม่เคยคิดสนใจอะไรเกี่ยวกับมัน หนังเรื่องนี้คงเป็นเพียงหนังเก่าๆ เรื่องหนึ่ง ที่ผมสามารถพบเห็นได้เวลาบริษัทผลิตหนังนำกลับมาขายใหม่ คล้ายกับ Rain Man หนังเรื่องดังของ ดัสติน ฮอฟแมน ที่คว้ารางวัลออสการ์มาได้ แต่สำหรับเรื่องนี้ ผมไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับมันเลย

 

วันหนึ่งผมเห็นแผ่นของเรื่องนี้ในรูปแบบดีวีดี บนปกนั้นเขียนว่าเป็นฉบับครบรอบ 40 ปีของภาพยนตร์เรื่องนี้ และพอเหลือบดูบนปกก็ได้เห็นชื่อของผู้กำกับชั้นเทพอย่าง ไมค์ นิคโคล (Closer, The Birdcage) พอพลิกไปดูปกหลังก็ได้เจอกับรายละเอียดของหนังที่เป็นภาษาอังกฤษ คนอ่อนภาษาอย่างผมสามารถจับใจความได้ว่า หนังเรื่องนี้สามารถคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปี 1967 ได้จากการเข้าชิง 7 สาขา

 

 

 

The Graduate เล่าเรื่องของ เบน (ฮอฟแมน) หนุ่มวัย 20 เขาลูกคนรวย เป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเป็นคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ชีวิตของเขาต้องมาสะดุด เมื่อถูกสาวใหญ่ใจถึงอย่าง คุณนายโรบินสัน (ซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อแม่เขา) หว่านเสน่ห์ใส่ ชีวิตเขาเป๋ไปทันทีที่หลงไปมีความสัมพันธ์กับเธอ จนเวลาผ่านไปเขาได้เจอกับ อีเลน โรบินสัน ลูกสาวของคุณนายโรบินสันแล้วเกิดหลงรักหัวปักหัวปำ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะเขานอนกับแม่ของเธอแล้ว

 

ไมค์ นิคโคล เมื่อสมัยยังแนว เขาเล่าเรื่องที่ว่านี้ด้วยลีลาสุดเปรี้ยว เริ่มตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องในห้องนอนของเบน พ่อของเขาก็เข้ามาคุยด้วยจากด้านหน้าโดยที่ภาพยังคงชัดลึกและเห็นพ่อของเขาเพียงรางๆ ก่อนที่แม่ของเขาจะเดินเข้ามาแล้วใช้ก้นบังจนเต็มเฟรม (กล้ามาก) ช่วงนี้เราจะได้ยินบทสนทนาสั้นๆ ก่อนที่ภาพจะเคลื่อนและดึงขนาดออกให้เห็นทั้งสาม (Three Shot) โดยที่เห็นเขาอยู่ตรงกลางขนาบด้วยพ่อและแม่ ซึ่งกำลังดึงเสื้อสูทให้เขาใส่ ภาพเคลื่อนตามเขาไปที่ประตู เขาเปิดประตูออกแล้วพบกับบรรดาคนที่มางานเลี้ยงฉลองเนื่องจากเขาได้รับรางวัลเกี่ยวกับการศึกษา (ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายด้วยเทคนิค Long Take)

 

 

 

สิ่งที่เราได้เห็นจากฉากเปิดเรื่องนอกจากการกำกับภาพสุดเท่ห์ก็คือ เขาเป็นลูกคนรวยที่กำลังสับสน เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอะไรต่อไป เขาไม่อยากเป็นแบบนี้ ไม่อยากอยู่ในสังคมจอมปลอมที่คนแสแสร้งทำเป็นรักเป็นดีกับเขา เพราะเขาเองรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยมีใครชอบ เขารู้เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้มีความสัมพันธ์กับใคร แต่พอเขาได้รู้จักกับอีเลน เธอเป็นคนเดียวที่เข้ากับเขาได้ นั่นทำให้เขารักเธอได้อย่างรวดเร็ว

 

หนังมีเส้นเรื่องเดินตามตัวละครหนุ่มวัยรุ่น ในขณะเดียวกันนั้นก็พยายามสะท้อนภาพคนวัยกลางเก่าไปจนถึงเก่าเข้ามาเป็นระยะ ที่เด่นชัดสุดคงเป็น ฉากเปิดบริสุทธิ์ของเบนที่โรงแรมหรู เขาแสนประหม่าและตื่นเต้น เขาทำอะไรไม่ถูกเริ่มตั้งแต่เริ่มเดินเข้าไปในโรงแรม ผู้สูงอายุมากมายทั้งชายหญิงเดินออกมาจากที่นั่น จากนั้นก็มีหนุ่มสาวจูงมือกันแทรกตัวเขาที่กำลังเดินเข้า โรงแรมแห่งนี้กำลังจัดงานปาร์ตี้สำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นพอพนักงานต้อนรับเห็นคนหนุ่มอย่างเบนเดินเข้ามา เขาจึงทักทายด้วยคำว่า คุณจะมาร่วมรักใช่ไหม

 

มันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังอยู่บนเส้นกึ่งกลางระหว่างวัย เขากำลังมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงวัยคราวป้า มันผิดที่ผิดทางไปหมด นั่นเพราะเขาไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนอย่างวัยรุ่นทั่วไปจนกระทั่งเรียนจบ (ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง) และแรงกระตุ้นอีกอย่างของเขาก็คือ คำพูดจากสามีของคุณนายโรบินสันที่พูดว่า รู้ไหม ฉันอยากอายุเท่าเธอ ฉันจะได้ทำตัวเสเพลบ้าง แต่ฉันก็อายุขนาดนี้แล้ว ฉันไม่สามารถทำแบบนั้นได้หรอก

 

 

นี่คือผลกระทบของวัย ซึ่งเป็นผลมาจากคนที่มองลงมาและคนที่มองขึ้นไป คนที่ผ่านชีวิตในช่วยวัยที่สามารถสนุกได้แต่ปัจจุบันต้องใช้ชีวิตครอบครัวที่แสนน่าเบื่อ ก็ถวิลหาความอิสระจากความสัมพันธ์และเซ็กส์ ส่วนคนที่ไม่เคนลิ้มลองการใช้ชีวิตเลยกลับถวิลหามัน

 

ผมมองว่านี่คงคล้ายกับการสูบบุหรี่ ตัวละครในเรื่องนี้สูบบุหรี่กันหมดยกเว้นอีเลน คนที่ไม่สูบบุหรี่อย่างผมคิดว่า กลิ่นบุหรี่นั้นเหม็นมาก บางทีก็รู้สึกว่าคนสูบช่างน่ารังเกียจ แต่สำหรับคนที่สูบจนติดแล้ว เขาจะรู้จักรสชาติของแต่ละยี่ห้อเป็นอย่างดี เพื่อนของผมเคยบอกว่า การจุดบุหรี่มวนแรกมันง่าย แต่การจะหยุดสูบมวลต่อไปมันยาก นั่นคงคล้ายกับการมีเซ็กส์ ถ้าเราได้ลิ้มรสชาติของมันมาครั้งหนึ่งแล้ว เราก็หยุดต้องการมันไม่ได้หรอก และเมื่อนานวันไปจนถึงวันที่เราแก่ตัว เซ็กส์ของเราก็จะเสื่อมลงเรื่อยๆ คล้ายกับบุหรี่ที่ทำให้เราค่อยๆ เป็นมะเร็งปอดไปอย่างช้าๆ

  
 

ป.ล. อัลบั้ม Soundtrack ของหนังเรื่องนี้ทั้งหมดเป็นเพลงของ SIMON & GARFUNKEL ซึ่งเป็นเพลงโฟล์กที่ไม่น่าเข้ากับหนังได้ แต่เมื่ออยู่ในหนังแล้วกลับทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เดี๋ยวจะไปหามาดูบ้าง