Inglourious Basterds เชือดในอุดมคติ
posted on 18 Aug 2009 13:48 by binkybear in Movie
บทความนี้ไม่เปิดเผยส่วนสำคัญของภาพยนตร์
ต่อจากเมื่อวานที่บอกไว้ว่าจะไปดูรอบสื่อของหนังเรื่องนี้ ก็เลยรีบเขียนถึงเลย แต่ขอออกตัวตั้งแต่ย่อหน้าแรกก่อนว่า ผมเป็นแฟนหนังของ เควนติน ทาราติโน่ ชนิดที่เขาทำอะไรก็ชอบไปหมด แต่หนังเรื่อง Inglourious Basterds ไม่ใช่หนังที่ผมชอบที่สุดของเขา ด้วยเหตุผลที่มัน สนุกผิดปรกติ ดูง่ายผิดปรกติ ไม่ชวนง่วง ไม่มีไดอะล๊อคเลอะเทอะ (เฮ้ย...ก็แสดงว่าหนังมันดีนี่หน่า) ก็นั่นดิ
แฟนเดนตายของ เควนติน อาจจะรู้สึกแปลกที่ทำไม เขาถึงต้องโยนเอกลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองทิ้งไป แต่เหตุผลที่น่าจะอธิบายได้คือ นี่เป็นหนังพีเรียทเรื่องแรกของเขา ดังนั้นความเรียลลิสติกจึงสำคัญต่อความน่าเชื่อถือในหนัง และด้วยความที่หนังพยายามทำให้ดูจริง เขาก็เลยใช้ช่องโหว่พวกนี้สร้างอารมณ์ขันจากความงี่เง่าของตัวละคร แบบที่คนดูก็รู้ก่อน นี่เป็นโครงสร้างที่น่าสนใจมาก เพราะหนังเต็มไปด้วยสิ่งที่เรารู้ก่อน และสิ่งที่เราคาดไม่ถึงแบบที่หนังเควนตินทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ จุดนี้นั่นทำให้หนังเข้าถึงคนดูในวงกว้างได้มากกว่าหนังเควนติน เรื่องก่อนๆ แต่สัญญาณที่ว่านี้ถูกส่งมาถึงคนดูตั้งแต่การเลือกดาราแถวหน้าอย่าง แบรด พิท มาเล่นเป็นตัวเองในเรื่องนี้แล้ว
แบรด พิท กับ อีไล รอท (ผู้กำกับ Hostel)
แบรด พิท เล่นเป็น อัลโด้ หัวหน้าแก๊งค์ล่าหัวนาซี วิธีล่าหัวก็ง่ายๆ คือฆ่าให้ตาย แล้วใช้มีดถลกหนังหัวออกมา เขาได้รวบรวมลูกทีมจนครบแล้วคิดแผนฆ่าล้างบางนาซีชนิดตูมเดียวอยู่ แต่คนที่เขาต้องต่อสู้ด้วยไม่ใช่ ฮิทเลอร์ แต่เป็นปีศาจจอมกุดหัวยิวอย่าง ลันดา (คริสตอฟ วอลส์) ต่างหาก
เล่าแค่นี่และกัน กันการสปอยเพราะหนังยังไม่เข้าฉายเลย
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องเป็น บทๆ (Chapter) โดยจะค่อยๆ เล่าเรื่องของแต่ละตัวละครเป็นก้อนๆ เพื่อไม่ให้สับสน แม้จะมีตัวละครมากมายชนิดแทบจะชนกันตาย แต่ตัวละครทุกตัวกลับทรงเสน่ห์น่าจดจำไปเสียหมด นั่นทำให้ตัวละครทุกตัวดูเท่าทุน ขนาด แบรด พิท ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ คริสตอฟ วอลส์ กลับเก็บเกี่ยวกำรี่กำไรได้หมดทุกครั้งที่โผล่เข้ามาบนจอ นั่นทำให้เขาได้รางวัลนักแสดงสมทบชายจากเทศกาลหนังเมืองคานส์มาครอง
คริสตอฟ วอลส์ ตัวจี๊ด
และด้วยความที่หนังส่วนใหญ่จะใช้โครงสร้างแบบ 3 องค์ หนังเรื่องนี้กลับเรื่องเรื่องเป็น บทๆ โดยไม่สนใจโครงสร้างนั้น แต่กลับเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ อย่างเข้าอกเข้าใจว่าคนดูกำลังต้องการอะไร ไม่มีเรื่องของใครที่เราไม่อยากรู้ ไม่มีเรื่องไหนที่ปูมาแล้วไม่น่าสนใจ ถ้าไม่ใช่คนที่ดูหนังอย่างบ้าคลั่งอย่าง เควนติท ทาราติโน่ คงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ เพราะหนังเรื่องนี้คือสุดยอดแห่งความบันเทิง ขนาดผมที่เมื่อวานนั้นนอนน้อย แล้วหนังก็ฉายกลางคืนด้วย ก่อนดูผมหาวเป็นดาวเป็นเดือนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ตลอดเวลา แต่พอหนังฉายผมกลับไม่มีอาการกระสับกระส่ายเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ หนังเรื่องนี้ยาวร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง (กว่าๆ)
วางแผนฆ่านาซี
แล้วสิ่งที่เจ๋งมากๆ คือ ถึงหนังจะเป็นพีเรียดและกำลังเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง แต่หนังกลับเล่าเรื่องแบบขี้โม้แหลกลาญ ทั้งๆ ที่ตังละครในเรื่องสร้าง Timeline ชัดเจนด้วยไดละล๊อคเกี่ยวกับภาพยนตร์เยอรมันและฝรั่งเศษที่สามารถอ้างอิงยุคสมัยได้จริง แถมยังทำให้รู้ถึงประวิติศาสตร์ภาพยนตร์ รวมไปถึงการพูดถึงภาพยนตร์ชวนเชื่อ (Propaganda Film) สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และด้วยความที่หนังให้น้ำหนักชองความน่าเชื่อถือเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความโม้แหลกลาญ มันเลยเปิดโอกาสให้สร้างบางอย่างลงไป แม้จะเรียกว่า อุดมคติ ได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก เพราะคำนี้ใช้แทนความหมายในเชิงบวก แต่การได้เชือดนาซีชั่วๆ ที่หนังสร้างคาแร็คเตอร์ไห้เลวชาติแบบแบนๆ ไม่มีมิติตื่นลึกใดๆ ให้คาจอโดยไม่คำนึงถึงจิตสำนึก คงเรียกว่าเป็นการล้างแค้นเชิง อุดมคติ ก็คงได้หละมั๊ง เพราะไหนๆ นาซี ก็ชอบทำภาพยนตร์ชวนเชื่อ เรื่องนี้ก็สามารถเป็นภาพยนตร์ที่ชวนให้คนรุ่นใหม่ เชื่อว่าเหตุการณ์เป็นแบบนี้จริงๆ ได้เหมือนกัน
วอลส์, ครูเกอร์ และเควนตินแบบแอ็บแป๊ว
ขอจบตรงนี้เลยแล้วกัน (ตัดจบชัดๆ) จริงๆ อยากเขียนมากกว่านี้ (มากๆๆๆๆ) แต่อยากจะเชียร์ให้คนไปดูเรื่องนี้กันเยอะๆ ก็เลยกั๊ก (ฮา) แล้วคนที่ผมอยากใช้ดูมากเลยก็คือคนที่กลัวหนังเควนติน เพราะหนังไม่พูดมากอย่าง Death Prof หรือ Kill Bill Vol.2 หนังไม่ยาวและเนือยแบบ Jacky Brown ไม่ซับซ้อนแบบ Pulp Fiction (ทั้งหม้นี่แหละคือเหตุผลที่ชอบเรื่องนี้ไม่มาก) แต่ยืนยันได้ว่าเป็นหนังโคตรสนุกบ้าบอคอแตก ชนิดที่ทำให้ลืมหนังซัมเมอร์ฟอร์มใหญ่......(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ไปได้สนิทใจเลย นี่ไม่ได้ตั้งใจพูดพาดพิงกระทบกระเทียบคนเหล็กสี่กับหุ่นยักษ์สองแต่อย่างใดนะ (ทันไหม)
(ไม่ทันแล้ว)
ตึ่งโป๊ะ!
ป.ล. ได้ยินมาว่าเรื่องนี้หลังจากฉายที่คานส์แล้วถูกนำมาแก้ (และมีข่าวเหมือนค่ายสั่งให้หั่นให้สั้นลง) แต่เควนตินก็ออกมาแก้ข่าวแล้ว และพอได้ดูเองก็รู้ว่ายาวขึ้นเมื่อเทียบเวลากับเวอร์ชั่นฉายคานส์จริงๆ แต่สิ่งที่ถูกนำมาแก้ไม่ใช้แค่ความยาว แต่เป็นดนตรีประกอบที่ใส่เพิ่มเข้ามาอีกเยอะด้วย รับรองว่าเรื่องนี้เพลงประกอบโดดเด่นมาก แค่ในซีนเปิดเรื่องก็ฮาขี้แตกแล้ว Score ออกมาเมื่อไหร่ ต้องรีบหามาฟังอย่างรวดเร็ว

#1 By Recycle Boy on 2009-08-18 15:03