ผู้หญิงในหนังที่มีอิทธิพลกับชีวิต ทัศนคติ และผลงาน (2)
posted on 08 Sep 2009 11:16 by binkybear in Movie
Taeko (Miki Imai, Youko Honna) จาก Only Yesterday
- ทาเอโกะ เป็นพนักงานกินเงินเดือนชีวิตแสนเรียบง่ายในเมืองหลวงที่ถวิลหาชีวิตแบบชนบท ความรู้สึกแรกคือตัวละครตัวนี้ห่างไกลกับตัวเองมาก แต่ที่จี๊ดจะเป็นจะตายก็เพราะรายละเอียดในชีวิตที่แสนธรรมดา แน่นอนว่าเราจดจำเรื่องไม่ดีได้มากกว่าสิ่งดีๆ อยู่แล้ว ผมเองคิดว่าอดีตที่หนักไปทางเลวร้ายนี่แหละ ที่จะบ่งบอกตัวตนของเราในปัจจุบันได้ดีที่สุด เพราะเรายิ่งโตขึ้นเราก็ยิ่งทับถมความรู้สึกไม่ดีเอาไว้ แม้ในเรื่องที่เรารู้สึกดียังมีทัศนคติลบๆ แฝงอยู่ แล้วในรายละเอียดเหล่านี้ของทาเอโกะ ผมรู้สึกว่าเรามีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกัน แม้จะไม่เหมือนแป๊ะๆ แต่ก็สามารถเชื่อมโยงกันได้อยู่ตลอดเวลา ไม่น่าเชื่อว่าความรู้สึกหม่นๆ เช่นนี้ ตัวละครจะดูสว่าง น่ารัก ทั้งๆ ที่เป็นผู้ใหญ่แล้วได้ คงเพราะเส้นเรื่องที่เล่าตีคู่ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ตัวละคนจึงแข็งแรงและกล้าหาญ
ทาเอโกะ ทำให้ผมมองเห็นตัวเองที่เป็นคนมืดๆ เงียบๆ แต่อีกด้านก็เป็นคนชอบอะไรน่ารักๆ ซึ่งมันขัดแย้งกันมาก มันมีตะกอนในจิตใจที่พร้อมกวนให้ขุ่นได้เสมอ แต่ผมก็ชอบทำตัวสดใสเวลาอยู่กับคนคุ้นเคย ซึ่งสักวันผมคงจะเจอจุดสมดุลของความเป็นผู้ใหญ่อย่างเธอบ้าง
Lux Lisbon (Kirsten Dunst) จาก The Virgin Suicide
- ลักซ์ (เคิร์ทเทน ดันส์) เป็นตัวละครที่ผมจำได้ขึ้นใจ นอกจากจะชื่อเหมือนสบู่แล้ว เธอเป็นเหมือนตัวแทนวัยรุ่นที่โดดเด่นออกมาจากครอบครัวลิสบอนที่มีสาวล้วน เธอสวย มีเสน่ห์ หัวดื้อ และมีความมั่นใจ นั่นเป็นสาวแบบ โซเฟีย คอปโปล่า ขนานแท้ แต่ผมชอบตัวละครตัวนี้สุด เพราะเธอเจ็บปวดสะสม คือเหมือนจะวีนแตก ระเบิดลงอยู่เรื่อยๆ แต่ก็แค่นั้น ผมคิดว่าส่วนใหญ่ก็เป็นกันแบบนี้ บางเรื่องแทบจะเก็บเงียบไม่พูดเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่เป็นคนแบบนี้ เลยเหวอหนักกว่าคนทั่วไป
แล้วตอนที่ได้ดูก็อยู่ในช่วงวัยก็ไม่ห่างกันมากเลยเข้าใจดี ตัวละครตัวนี้ก็ถูกสภาวะกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเกือบจะรู้สึกว่าหนังช่างเฟมินิสเหลือเกิน เพราะถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ แต่หนังก็ไม่ได้ฟาดงวงฟาดงา แถมตัวละครก็ดูเท่ห์แม้จะโดนทำร้าย เท่ห์ทั้งๆ ที่กำลังร้องไห้อยู่ เท่ห์ทั้งๆ ที่ อ้างว้าง เปลี่ยวเหงา รู้สึกไหมว่ามันดูย้อนแย้ง แต่ผมว่าการให้ท้ายเล็กๆ ของ โซเฟีย คอปโปล่า นี่แหละ ที่ทำให้ตัวละครของเธอมีเสน่ห์
Cassidy (Marisa Tomei) จาก The Wrestler
- ผมไม่ได้ชอบหนังเรื่องนี้มากมายอะไร แต่ผมเสียน้ำตาทุกทีที่ แคสซีดี้ (มาริสา โมเม) ออกมา เพราะผมรู้สึกเหมือนกับว่า โลกของ แรนดี้ (มิกกี้ โร๊ก) ถ้าไม่มีเธอ ก็คงจะไม่เหลืออะไรแล้ว เธอเป็นเพื่อนที่ไปหาเมื่อไหร่ก็จะยังอยู่ แม้ว่าจะไม่ว่างคุยกัน แต่โลกทั้งโลกที่เราทิ้งไปแล้ว จะเรียกมันคืนมาปุบปับก็คงไม่ได้ เราใช้เวลามากมายไปกับโลกที่หมุนไป แต่เธอก็ยังอยู่ที่เดิม อยู่แบบเจียมตัวกับสภาวะ
ผมเองก็มีเพื่อนดีๆ แบบนี้ และผมเองก็เป็นคนที่หายไปอยู่ตลอด ไม่ว่าจะตอนมีแฟน หรือวุ่นอยู่กับงาน ผมจะขาดการติดต่อกับเธอไปเลย เหมือนตายหรือหายสาบสูญ แต่เชื่อไหมว่าเธอก็ยังจะอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ผมว่าคนคนหนึ่งอาจจะเกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของใครอีกคนก็ได้ เพราะนอกจากเราจะเกิดมาเพื่อเป็นที่รักหรือได้รักใคร เพื่อนคนที่เข้าใจนั้นสำคัญจริงๆ
Noriko (Kazue Fukiishi) จาก Noriko's Dinner Table
- สายสะดือของ โนริโกะ คือเส้นด้ายเส้นเล็กๆ จากชายเสื้อที่หลุดลุ่ยออกมาเล็กน้อย ตัวละครตัวนี้เดินทางข้ามผ่านจุดหนึ่งจุดไปที่จุดอีกหนึ่งจุด เรื่อยๆ แต่มันไม่ใช่แค่การทอยลูกเต๋าแล้วเดินตามแต้มเดินหน้าถอยหลังตามกระดานเกม แต่เธอเดินข้ามไปเล่นเกมอีกกระดาน แล้วก็อีกกระดานไปเรื่อยๆ เราสามารถข้ามผ่านอะไรบางอย่าง ตัดสายสะดือแล้วเริ่มใหม่ หนึ่งชีวิตเริ่มได้ไม่รู้กี่ครั้ง
ผมรู้สึกเคว้งคว้างมากตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ผมไม่มีทางคิด หรือตัดสินใจแบบเดียวกับเธอ ตอนมัธยมผมรู้สึกแปลกแยกกับเพื่อนเล็กน้อยเรื่องรสนิยม แต่ไม่ถึงขั้นเชื่อมต่ออะไรกับเพื่อนไม่ได้เลย ผมยังพอมีเพื่อนที่พูดเรื่องราวลึกซึ้งกันได้ โนริโกะ ก็ไม่ใช่พวกเหงา ซึม อ้างว้าง เหมือนกัน แต่เธอกลับพยายามโยนหินถามทางไปเรื่อยๆ เพราะความเคว้งหรืออะไรสักอย่าง แล้วเธอก็ก้าวเดินไปทั้งๆ ที่ไม่มั่นใจ มันไม่เหมือนช่วงเวลาที่ล่มสลายแบบกลุ่มตัวละครวัยรุ่นในหนังเรื่อง Harmful Insect เพราะเธอมีที่ให้ไปจนรู้สึกกลัวแทนเธอเลย
เพราะเราต้องใช้ความกล้าหาญแค่ไหนที่จะเริ่มต้นใหม่ เมื่อยิ่งเริ่มก็เหมือนยิ่งเจ็บปวด สิ่งที่โถมเข้าใส่ไม่ได้อยู่แต่เบื้องหน้า มันยังมีเบื้องหลังที่เราทิ้งมาอีก ถ้าเป็นผมคงเลือกทางออกที่มืดมนไร้จุดหมายแทนตั้งแต่แรกแล้ว
Juno (Ellen Page) จาก Juno
- ชอบจูโน่ เพราะมองเห็นตัวเองอยู่ในนั้นตลอด ตอนอายุเท่าๆ จูโน่ ผมมองโลกแบบนั้นเลย มีทัศนคติ คิดอะไรต่อมิอะไรแบบสุดโต่ง แล้วพอมองตัวเองผ่านจุดนี้ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ได้เท่ห์เลย ทั้งๆ ที่คนอื่นมองว่าตัวละครตัวนี้มันพยายามเท่ห์ แต่ผมกลับรู้สึกถึงความขี้แพ้เล็กๆ ในแบบเดียวกับที่ผมรู้สึกกับตัวเองในช่วงวัยนั้น
ตอนอายุเท่าเธอผมก็มีเพื่อนเยอะ สนิทแบบเพื่อนสนิททั่วไป ไปไหนมาไหนด้วยกัน เราสามารถคุยในเรื่องที่ชอบได้ แต่ความจริงก็เท่านั้น ผมรู้สึกแปลกแยกและไม่สามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นทั้งๆ ที่ คนอื่นก็พูดคุยในเรื่องเดียวกันอยู่ คงเพราะภายนอกที่ดูสนุกร่าเริง แต่ความจริงแล้วผมค่อนข้างเครียด ละเอียดอ่อน หัวรั้น และมีทัศนคติสุดโต่งมากๆ เลยเหมือนเข้ากับใครจริงๆ ไม่ค่อยได้
ผมจึงมองว่า จูโน่ ไม่ได้เติบโตเพราะการตั้งท้องเพียงอย่างเดียว เธอได้เจอปัญหาช่วงวัยที่ทำให้เธอประนีประนอมขึ้น เพราะเมื่อคิดดูแล้ว เราไม่มีทางไปไม่ได้ไกลกว่ายุคสมัยของตัวเองหรอก ดังนั้นเราก็ยังอยู่ตรงนี้ไปตลอด อยู่เพื่อทำความเข้าใจกับความรู้สึกเจ็บปวดที่พยายามเข้าใจคนที่ไม่เข้าใจเรา ขอเพียงสังคมแวดล้อมเรามีคนดีๆ มีความรักให้ก็พอ ซึ่งโชคดีที่สังคมของผมและจูโน่เป็นเหมือนกัน
Rei Hayakawa (Shinobu Terajima) จาก Vibrator
- ผมทำหนังสั้นเรื่อง ‘Sensitive เธอเป็นคนอ่อนไหวรึเปล่า’ แล้วมีคำพูดขึ้นกลางจอด้วยตัวอักษรสีขาวแทนความรู้สึกของตัวละครที่พูดไม่ได้ ก็เพราะได้ดูหนังเรื่องนี้ ผมชอบตัวละครตัวนี้มาก เพราะเธอมีความรู้สึกมากมาย มันสับสน เหงา แปลกแยก และมีความหลังฝังใจที่แสนคลุมเครือ ผมเคยคิดว่าตัวละครที่คิดในใจอยู่ตลอดเวลานั้นดูโอเวอร์ เกินจริง แต่กับเธอนั้นต่างไป เพราะหนังไม่ได้สร้างช่องทางการสื่อสารให้กับตัวละครตัวนี้ เธอไม่มีอะไรเลยนอกจากความเปลี่ยวเหงา ไม่มีที่มาที่ไปด้วยซ้ำ เรารู้จักเธอก็เพราะเธอคิดๆๆ พูดๆๆ กับตัวเอง ก่อนที่จะถูกผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่มีที่มาที่ไปเช่นกันจับก้น เขาพาเธอเดินทางไปไหนไม่รู้ สิ่งที่รู้คือเขาคนนั้นสามารถมีเซ็กซ์กับเธอได้
ตัวละครตัวนี้คือแรงบัลดาลใจแทบจะทุกอย่างตอนทำหนังสั้นเรื่องแรก และมันก็กลายเป็นว่าตัวละครของผมหลังจากนั้นมีความคล้ายคลึงและเชื่อมโยงกัน ผมชอบเล่าเรื่องจากมุมของผู้หญิงที่ไม่มีที่มาที่ไป ดูไม่ปรกติ และมีบาทแผลในใจ แม้ว่าหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หนังเปลี่ยนชีวิตผม แต่ตัวละครตัวนี้มีอิทธิพลกับความรู้สึกผมมากๆ โดยเฉพาะฉากอาบน้ำ มันทำให้ผมอยากอาบน้ำให้คนที่เรารัก และฉากนั้นก็ไม่ใช่ฉากที่พยายามบิ้ว หรือพยายามทำซึ้งด้วย แต่เรากลับคิดว่าตัวละครต้องรู้สึกกับมันมากๆ เพราะผมร้องให้เป็นตายเลย ร้องให้เหมือนโดนฟ้าผ่า มันกะทันหันและรุนแรงมาก เป็นความรู้สึกดีจนต้องร้องให้ด้วยความอบอุ่น เหมือนกับเธอได้ถูกชำระล้างความเจ็บปวดที่มีไปจนหมดสิ้นในชั่วขณะ ดังนั้นคงไม่มีตัวละครไหนเหมาะสมที่จะเป็นคนสุดท้ายไปกว่าเธอแล้ว
(โปรดติดตามตอนต่อไป ถ้ามีจ้า)
ป.ล. ที่ทิ้งท้ายไว้แบบนี้เพราะคิดตั้งแต่แรก ว่าจะมีการพูดถึงผู้หญิงในหนังของผู้กำกับที่มีตัวละครหญิงที่ผมชอบมาก ตัวละครหลายตัวถูกคัดออกเพราะจะเอามารวมในข้อนี้ ดังนั้นจึงต้องยกยอด เพื่อกลับไปทำการบ้านนิดหน่อยก่อนจะเขียนถึงคนที่เหลือ
ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ของเธอเลยว่าทำไม ทำไม และทำไม
ที่พูดมามีเรื่อง Noriko's Dinner Table กับ Only yesterdayที่ยังไม่ได้ดู
แล้วก็ของเคริสตัน ดันซ์นี่ผมชอบมากครับเธอเล่นเรื่องนี้ได้เข้ากับบุคลิกหน้าตาเธอมากเลย
ส่วนมาริสา โทเมนี่ผมชอบมากแต่ไหนแต่ไรแล้ว
และในเรื่องนี้ผมว่าเธอสวยไปหน่อยนะครับที่ลูกค้าจะเมินถ้าโทรมและแต่งให้แก่ได้ใจกว่านี้อีกนิดจะน่าเชื่อกว่านี้อีก
ส่วนน้องจูโนนี่เหลือเกินครับต้องชมผู้กำกับเลยล่ะที่ทำให้เธอมีชีวิตชีวาในแบบฉบับตัวเองได้เช่นนี้
#1 By k_i on 2009-09-08 11:38