Binkybear - Hear Bear @ Fat Festival 9

posted on 02 Nov 2009 13:56 by binkybear  in Music

 .

 

ขายตรงแบบฮาร์ทเซล

งานเดี่ยว อัลบั้มเต็ม

ซีดี 15 เพลง

ดีวีดี 6 มิวสิกวีดีโอ

หนังสือทำมือ 7 เรื่องสั้น

ในถุงหมีสีสดใส

ราคา 170 บาท 

เจอกันที่บู๊ต Finalkid Group นะครับ

 

.

 

. 

วีดีโอ โปรโมทอัลบั้ม Hear Bear                                                                                        

.

 

.

ช๊อปปิ้งกรี๊งเจ็ดสี ขอจบการขายของแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่รู้จะได้ไปงานกับเขาหรือเปล่า? (รู้สึกว่าตัวเองแก่และไม่เหมาะกับงานแฟตช่วงหลังๆนี้แล้วละครับ)

มีแบบจัดส่งทางไปรณีย์ไหม?

ชอบวีดีโอโปรโมตมากๆ big smile

#1 By Seam - C on 2009-11-02 15:33

ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรเหมือนกัน รู้สึกเหมือนกันว่าเลยวัยแล้ว sad smile

ส่วนเรื่องส่งทางไปรณีย์ ผมว่าได้อยู่นะครับ คิดว่าคงขายไม่หมดแน่ๆ confused smile

#2 By binkybear on 2009-11-02 16:17

น่ารักดีค่ะ big smile

#3 By Prim on 2009-11-02 16:32

น่ารักน่ารัก

#4 By VanillaRain* on 2009-11-02 17:01

วีดีโอเจ๋งมากๆเลยครับ

#5 By BEIRUT on 2009-11-02 17:07

ไปร๋อออออออออออออออออออออ


^^


ถ้าเราไปจะแวะไปนะ
Hot!

#6 By หมื่นไมล์ on 2009-11-02 19:33

ขอแบบรับทางไปรษณีย์นะคะ ปีนี้ไม่ได้ไปค่ะ
ฝากนิตยาสารแจกฟรีเกี่ยวกับวงการเพลงไทย "เพลงไทยแม็ก" ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจมิตรรักแฟนหนังสือด้วยนะครับ ผมเขียนให้เล่มนี้ด้วย แต่เขียนเกี่ยวกับหนัง (ซะงั้น) เริ่มแจกครั้งแรกในงาน Fat Fastival 9 นี้ครับผม

ปกแรก พี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ cry

#9 By binkybear on 2009-11-02 20:57

ไปป่าววววววววววววววว

#10 By หมื่นไมล์ on 2009-11-03 01:04

เมื่อวานดูหนังเกาหลีเรื่อง Take care of my cat (2001) แล้วชอบมาก แต่ยังไม่อยากเขียนเอ็นทรี่ใหม่ ก็เลยเขียนไว้ในกรอบคอมเมนท์สักหน่อย หนังเรื่องนี้พูดถึงกลุ่มเพื่อนสาวมัธยมที่ไม่มีใครมีโอกาสได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่มีอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กเส้นและถูกฝากให้เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิตบริษัทหรู นอกนั้นก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยทำงาน ง๊อกๆแง๊กๆ กันไป แน่นอนว่าคุณภาพชีวิตของคนที่ทำงานแล้วแถมยังอยู่ในโซล ซึ่งเป็นเมืองหลวงนั้นต่างกับเพื่อนๆ ในกลุ่มมาก แต่หนังไม่ได้แสดงความต่างนี้ให้เห็นมากมายเพราะหนังค่อนข้างเรียบมาก เหมือนกึ่งสารคดีเสียด้วยซ้ำ

และความเรียบนี้แหละที่มันสะเทือนใจเรามาก เพราะอารมณ์เพื่อนโกรธกัน ตัวเองที่เข้ากับใครหรือสถานที่ใดไม่ได้ ความรู้สึกนี้รุนแรงกับเรามาก คนที่มีคุณภาพชีวิตดีกว่าถูกถามด้วยคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนในกลุ่มที่โกรธกันว่า “สมัยมัธยมแกสองคนสนิทกันมาก” เธอตอบ “อดีตมันสำคัญตรงไหน” อีกคนถามกลับ “แล้วปัจจุบันมันคืออะไร” เธอตอบ “ปัจจุบันเหรอ มันคือเสื้อผ้าที่ใส่อยู่นี่ไง”

มันน่ากลัวมาก จนเรารู้สึกโชคดีที่ทุกวันนี้เรายังคุยกับเพื่อนสมัยมัธยมที่เป็นพนักงานเงินเดือน เพื่อให้เราทั้งสองคนไม่กลายเป็นคนแบบที่เรากลัว เป็นพื้นที่ซึ่งไม่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องการมือถือ กล้องถ่ายรูป หรือกีตาร์ตัวใหม่ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมันน่ากลัวมาก เหมือนความรู้สึกตอนดูเรื่องเฉือน เพราะทั้งๆ ที่คนทั้งประเทศมีแต่คนเช่นเราหรือด้อยกว่า แต่คนที่ถีบตัวเองขึ้นไปจากจุดเดินได้แทนที่จะเข้าใจในอดีตของตัวเอง คนพวกนั้นกลับพยานยามกดคนซึ่งอยู่ที่เดิม เขามีความสุขของเขาอยู่แล้ว สุขโดยที่ไม่ต้องได้ ต้องดี ต้องมีอะไรเหมือนใครเลย เขากดเราจนรู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองขาดวิ่น กดโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว

ตอนแรกดูเหมือนหนังจะหาทางออกให้ตัวละครอยู่ได้ในสังคมที่เปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการเงียบไป หันหลังให้กับมัน แต่สุดท้ายหนังก็พาเราไปสู่สิ่งที่มืดมนกว่านั่นคือ การหนีหายไปเลย เพราะมันล้มสลายและเป็นโรคร้ายเรื้อรังที่รักษาไม่หายแล้ว เราหนีมันไม่พ้นหรอก ดังนั้นเราควรเข้าใจและทำใจยอมรับมัน เพราะคนพวกนั้นจะไม่มีวันเปลี่ยน

#11 By binkybear on 2009-11-03 12:33

โอ้โห ทำใส่ถุงซะน่ารักเลยบิ๊ง

#12 By eak early : เอกเช้า on 2009-11-03 22:07

คงไม่ได้ไป มาแฟตเชียงใหม่เปล่าละsad smile ถ้ามาจะไปอุดหนุนนะคะbig smile

#13 By freeda on 2009-11-03 23:58

คงไม่ได้ไปอ้ะครับsad smile sad smile

ไอเดียดีดี อุดหนุนครับ อุดหนุนแน่นอน
ออกแบบลายน่ารักดีbig smile

คงต้องเป็นทางไปรษณีย์ big smile open-mounthed smile

#14 By Recycle Boy on 2009-11-04 13:23

Hear Bear ได้ยินหมีๆ