จากหนัง Bashing ถึง คนตาบอด

posted on 11 Jul 2010 21:28 by binkybear in Binkybear

ดองบล็อกไว้นานจึงเล็งเห็นว่าต้องขยับสักหน่อย เพราะช่วงนี้ต้องผจญภัยในยามดึกและต้องต่อสู้กับระบบการขนส่งที่ลักลั่นของกรุงเทพมหานครที่ไม่เคยมองว่าฝั่งธนเป็นกรุงเทพ เวลาหลัง 3 ทุ่มจึงเป็นช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นเสียยิ่งกว่าสุกี้ร้านดัง เราจะได้เห็นประชากรรอรถเมล์นาน 1 ถึง 2 ชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับบ้าน เสียเวลาในชีวิตไป 10 ชั่วโมงต่อวันอย่างไร้ประโยชน์บนท้องถนน แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็เพื่อการขอจบการศึกษาขั้นมาตรฐานของสังคม เรื่องเครียด ๆ เข้ามาในสมองตลอดเวลา แถมได้ดูหนังเรื่อง Bashing (Masahiro Kobayashi) ก็ยิ่งสิ้นศรัทธาในความเป็นมนุษย์เข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะในประเทศชาติตัวเอง หนังได้เชื่อมโยงผมเข้าไปในโลกของความหดหู่ของความชาตินิยมและความเห็นแก่ตัว การช่วยคนอื่นที่ไม่เคยรู้จัก ผู้คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับคนทั่วไปคือสิ่งที่ชั่วร้าย และสมควรได้รับการประณามอย่างยิ่งยวด ความเกลียดชังทำไมมันก่อตัวอย่างอื้ออึงในสังคมได้ถึงเพียงนี้

.

.

ย่อหน้าที่สองผมจึงอยากจะพาไปพบอีกแง่มุมที่สวยงามของโลกใบนี้ที่ผมได้ประสบพอเจออีกครั้งหลังจากปีที่แล้วได้ทำงานกับ น้อง ๆ คนหูหนวกที่ โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ (นั่นทำให้ผมชอบหนังเรื่อง เราสองสามคน มากเป็นพิเศษ) ในปีนี้การได้ช่วยถ่ายวีดีโองานคอนเสิร์ต รัก ณ สยาม (คอนเสิร์ตการกุศลที่นำเงินรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายไปให้ร้ายค้าที่ถูกไฟไหม้) ทำให้ได้เจอกับ พี่ต้าร์ Paradox ซึ่งมาเล่นในงานนี้และก็ได้ชวนมาทำงานให้กับ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ในโครงการ Sunshine day ดนตรีสร้างฝัน (จากโครงการหลักชื่อ ดนตรีสร้างสุข ที่พี่ต้าร์ขอทุนต่อยอดจากโครงการมาได้) ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับ การสอนร้องเพลงให้กับคนตาบอด

 

 

.

 

หน้าที่หลัก ๆ ของผมคือการถ่ายวีดีโอไปตัดต่อให้ สสส. ได้ดูผลงานของโครงการ แต่พอไปถึงสถานที่แรกของผม (โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องที่จะสอนคนตาบอดในหลาย ๆ มูลนิธิ) ซึ่งก็คือ ศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด ปากเกร็ด ที่นั่นจะมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เรียนผสมกันอยู่ และความแตกต่างทางความพิการ (บางคนเป็นคนพิการซ้ำซ้อน และบางคนก็ไม่ได้ตาบอดสนิท) และความแตกต่างทางอายุ ทำให้เกิดความน่ารักและจริงใจที่จางหายไปจากความรู้สึกไปนาน

.

ในวันที่ไปนี้นอกจากพี่ต้าร์แล้ว ยังมีพี่บอม กาเนชา (วงเจ้าของ 3 รางวัลสีสันอวอร์ด) พี่ตุลกับพี่ปั้ม อาพาร์ตเมนต์คุณป้า และวงแสงระวี (ซึ่งมีแม็ค ภูมิจิต หรือ แม็ค The SuperGlasses Ska Ensemble เป็นนักร้องนำ) และแต่ละครั้งศิลปินจะไม่ซ้ำหน้ากัน ทุกคนมาช่วยกันอย่างเต็มที่ เล่นดนตรีกันอย่างสนุกสุดมัน นั่นทำให้เราได้เห็นว่าการช่วยคนที่ไม่ได้เกี่ยวกับเราเลยให้มีความสุขมันสร้างความสุขคืนให้กับเรามากแค่ไหน ความจริงใจจากคนที่มองไม่เห็นทำให้เรายังคงไม่สิ้นศรัทธาต่อความดีงาม เพราะไม่มีอะไรทำให้ใจเรามืดบอดได้ถ้าเราไม่ทำตัวเอง ดังนั้นอย่ารอช้า ไปชมภาพบรรยากาศพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า นี่คือเทปแรกจากโครงการ Sunshine day ดนตรีสร้างฝัน

.

.

.

.

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องแรก(Bashing) หดหู่

เรื่องสอง มีศรัทธา น่าสนับสนุน
ผมเห็นด้วยเลยครับว่า ดนตรีทำให้คนเรามีความสุขได้
..และมากด้วยopen-mounthed smile

#3 By Recycle Boy on 2010-07-19 10:31

โดนใจมากกับประโยคที่ว่า "ไม่เคยมองว่าฝั่งธนเป็นกรุงเทพ" ยิ่งตอนนี้ที่บูรณะสร้างบ้าสร้างบออะไรไม่รู้เต็มไปหมด (ทั้งๆที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากมาย)

ส่วนเรื่องสิ่งดีๆที่ได้พบเจอนั้น เราว่าจะเขียนอยู่เหมือนกัน big smile

#2 By Seam - C on 2010-07-12 10:16

อ๊ะ ได้แล้วๆ

ว่าแต่ บ้านเราอยู่ฝั่งธนกันเหรอนี่ ?

นึกว่าตจว.ซะอีก ^^'

#1 By lalirine on 2010-07-11 21:59